ชุดตรวจ COVID-19 ด้วยวิธี RT-LAMP เปลี่ยนสี (Colorimetric RT-LAMP COVID-19 test kit)

ชุดตรวจ COVID-19 ด้วยวิธี RT-LAMP เปลี่ยนสี (Colorimetric RT-LAMP COVID-19 test kit)

[เสียงดนตรี]

LAMP เป็นเทคโนโลยีที่น่าจะมีความเหมาะสม
ที่จะมาใช้กับการระบาดของ COVID-19 คือแค่ทำตัวยาในหลอด 1 หลอด เห็นสีเปลี่ยน ก็บอกได้ว่าเป็นผลบวกผลลบแล้ว เราเองก็มั่นใจนะครับ
ว่า
ชุดตรวจที่เราพัฒนาขึ้นมานี้ มีคุณภาพและมีคุณสมบัติที่สามารถ
ไปใช้ในพื้นที่ได้ ไปใช้ในสถานการณ์จริงได้ ในราคาที่ถูกกว่าและสะดวกกว่า และประหยัดงบประมาณของประเทศมากกว่า ได้ผลตรวจในเวลาที่ไวกว่า อันนี้เป็นส่วนที่ตลาดหรือประชาชน
ต้องการเป็นอย่างมาก

[เสียงดนตรี]

LAMP คือ การตรวจสารพันธุกรรม สารพันธุกรรมของตัวเชื้อตัวนี้ มันเป็น RNA เราต้องเปลี่ยนให้เป็น DNA ก่อน
แล้วก็ตรวจด้วย LAMP ได้ ฉะนั้น เทคนิคพิเศษตรงนี้ ต้องมีฝีมือของนักวิจัยเรา
ที่เราต้องออกแบบ Primer เป็นสาย DNA ที่มีความจำเพาะมาจับ ซึ่ง
ถ้าเราออกแบบไม่ดี การจับก็ไม่จำเพาะ การตรวจก็ไม่มีประสิทธิภาพ

[เสียงดนตรี]

คือตอนแรกเราได้โจทย์จากทางรามาฯ ว่าเราอยากพัฒนาเทคนิค
ตรวจได้เร็วกว่า RT-PCR ที่แบบ…ภายในชั่วโมงหนึ่งก็ได้อย่างนี้ครับ
โดยจริง ๆ ก็คือ ทางรามาฯ
ประสานทางอาจารย์สมชายมา แล้วอาจารย์สมชายก็เลยมาถาม
ในฐานะที่เราเป็นสตาร์ทอัพ ที่ทำเกี่ยวกับพวกการตรวจวิเคราะห์
พวกนี้อยู่แล้ว เราก็บอกว่าเราทำได้ เรามีเทคโนโลยีและแพลตฟอร์ม เรามีความเชี่ยวชาญอยู่ที่เราสามารถ
จะพัฒนา i-test ตัวนี้ขึ้นมาได้ ก็เลยเป็นที่มาของการพัฒนาตัว RT-LAMP
สำหรับการตรวจเชื้อ CoV2 ขึ้นมา

[เสียงดนตรี]

สำหรับขั้นตอนการทำงานของชุดตรวจ เราจะมี 4 ขั้นตอนหลัก ขั้นตอนที่ 1 คือ เราจะสกัดสารพันธุกรรม
จากตัวอย่างออกมา เก็บตัวอย่างหลังโพรงจมูกออกมา จากนั้นเราจะเอาตัวอย่างตัวนี้
ส่งเข้าห้องปฏิบัติการ แล้วก็สกัด เพื่อเอาสารพันธุกรรมของไวรัส
ออกมาจากตัวอย่าง จากนั้น เราก็จะนำสารพันธุกรรมของไวรัส ไปใส่น้ำยา ขั้นตอนที่ 3 ก็คือ การที่เอาตัวน้ำยาที่ผสม
สารพันธุกรรมของไวรัสเรียบร้อยแล้ว ไปบ่ม ให้อุณหภูมิที่ 65°C เป็นเวลา 1 ชั่วโมง จากนั้น เมื่อครบแล้ว เราก็จะมาทำการอ่านผล ก็คือ
ถ้าสมมุติว่าเราตรวจพบ
การติดโรค COVID-19 ก็จะพบสารละลายเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ตรวจไม่พบว่ามีการติดโรค COVID-19
สารละลายก็ยังคงเป็นสีชมพูอยู่

[เสียงดนตรี]

กว่าที่จะพัฒนาออกมา
ให้ได้ประสิทธิภาพเท่านี้ จริง ๆ ก็ผ่านมาหลาย ๆ ส่วน จนสุดท้าย เราเก็บตัวอย่างไว้เยอะ ๆ
แล้วเราทดสอบ แล้วปรากฏว่า
ประสิทธิภาพมันค่อนข้างดีมาก พอมันประสิทธิภาพดีมากปุ๊บ เราก็เลยเผยแพร่ออกสู่สาธารณะ ซึ่งข้อดีของมัน สิ่งที่เราจะได้ก็คือ เราสามารถได้ชุดตรวจที่ราคาถูก มีความไว อุปกรณ์สามารถที่จะเคลื่อนย้ายได้ ห้องแล็บต่าง ๆ ที่อยู่ในประเทศไทย
สามารถเอาไปประยุกต์และใช้งานได้ เราก็มีการทำในส่วนของ
การประเมินประสิทธิภาพชุดทดสอบ กับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์อย่างต่อเนื่อง กระทั่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เพราะว่าเราได้ค่าความไวอยู่ที่ 95% และในขณะที่ค่าความจำเพาะอยู่ที่ 98% คิดคำนวณมาจากการทดสอบ
ไปประมาณ 3,000 ตัวอย่าง ซึ่งสำหรับเราเอง เรากำหนดชุดตรวจตัวนี้ เป็นแค่การคัดกรอง (screening) เป็นชุดตรวจที่ใช้สำหรับ
การตรวจคัดกรองเฉย ๆ หลังจากนั้น ทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
ทางกรมควบคุมโรคเอง ต้องการที่จะทำ active case finding
ที่ชลบุรี ที่โรงพยาบาลบางละมุง ซึ่งผลการทดสอบที่ชลบุรี
ผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งตอนนี้ก็กำลังจะขยายผลการใช้งานต่อไป ในฐานะตัวแทนของศูนย์ความเป็นเลิศ
เทคโนโลยีชีวภาพทางการแพทย์ แล้วก็ในนามของ มหาวิทยาลัยมหิดล ต้องบอกว่าเรามีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่เราได้สร้างเทคโนโลยี สร้างนวัตกรรม จากทีมของนักศึกษา
จากสตาร์ทอัพสายเลือดพันธุ์ไทย แล้วก็สายเลือดของมหาวิทยาลัยมหิดล
แท้ ๆ เลยนะครับ
ในการที่จะนำเอาเทคโนโลยีนี้ไปใช้
เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของประเทศ ในยามคับขัน ในสภาวะอย่าง
การระบาดของ COVID-19 อันนี้จะเป็นตัวอย่าง เป็นโมเดลที่ดี แล้วก็จะทำให้นักศึกษา หรือทำให้
คนรุ่นใหม่ ๆ ได้เห็นภาพชัดเจนว่า มันทำได้จริงนะ
ก็เป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ ๆ ไม่ว่าจะของมหาวิทยาลัยมหิดล
หรือของที่อื่น ๆ
เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ ผมมองว่าเป็นประโยชน์ นอกจากคณะจะส่งเสริมทางวิชาการแล้ว คณะเองก็ยังส่งเสริม
เรื่องของสตาร์ทอัพ เรื่องของธุรกิจ ผลักดันให้นักศึกษามาตั้งบริษัท ในสาขาที่ตัวเองทำงานวิจัยมา
เพื่อเอางานวิจัยนี้มาสู่ท้องตลาด ก็เป็นโอกาสที่ดีของนักศึกษา ที่ได้เอาสิ่งที่เรียนมา
มาสร้างอาชีพของตัวเอง หรือทำในสิ่งที่ตัวเองสนใจ สิ่งเหล่านี้มันก็มาตอบโจทย์ของสังคม แก้ปัญหาของประเทศ ซึ่งอันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราภูมิใจ ในฐานะที่เราก็เป็นนักศึกษาของ
มหาวิทยาลัยมหิดล